call center : 02-756-0335
hotline : 086-3167436

วัดแห่งนี้อยู่ในเมืองพุกาม “วัดตะโรกปเยมิน” แปลว่าพระเจ้าหนีจีนหรือพระเจ้ากลัวจีน มีเรื่องเล่าว่าราวปี 1823 รัชสมัยพระเจ้านราธิหะปติ พระเจ้าแผ่นดินองค์สุดท้ายที่ครองเมืองพุกาม สมัยที่ชาวมองโกล (Mongol) โดยพระเจ้าแผ่นดินองค์สุดท้ายที่ครองเมืองและได้ขยายอาณาเขตลงมาทางเมืองพม่า แต่งตั้งให้อุปราชเมืองฮุนหนำมาทวง “ก้อง” จากพุกาม ด้วยอ้างว่าพระเจ้าแผ่นดินพม่าได้เคยส่งเครื่องราชบรรณาการไปถวายพระเจ้ากรุงจีนมาก่อน พระเจ้านราธิหะปติไม่ยอม “จิ้มก้อง” อุปราชไปยังเมืองหลวง พระเจ้ากุบไลข่านจึงส่งทูตมาทวงก้องอีกครั้ง ทูตวางท่าใหญ่โตก้าวร้าวต่างๆ ไม่ยอมถอดรองเท้าเวลาเข้าเฝ้า พม่าจึงจับทูตจีนฆ่าเสียและส่งกองทัพไปตีเมืองกันงาบ ซึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นของพม่าแล้วกลับใจไปขึ้นแก่จีน อุปราชฮุนหนำของกองทัพจีนยกลงมาช่วยตีกงอทัพพม่าแตกพ่าย พระเจ้านราธิปะปติก็ตกพระทัยกลังจีนยกทัพมาตีพุกาม จึงโปรดให้เตรียมการป้องกันเป็นโกลาหล รื้อวัดเพื่อเอาอิฐไปถมทำป้อมและสนามเพลาะ ประกอบกับการเกิดกบฏ พระเจ้านราธิหะทรงเห็นไม่ปลอดภัยจึงอพยพย้ายราชสำนักจากพุกาม หนีลงไปเมืองพะสิม และพระองค์ก็ไม่ได้กลับพุกามอีกเลย จนกองทัพจีนตีได้เมืองพุกาม เป็นอันสิ้นสุดเวลาที่พุกามเป็นราชธานีของพระเจ้าราชาธิราชแห่งพม่ามาได้ 438 ปี
จากหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวเมืองพุกาม มีโบราณสถานต่างๆ ที่น่าไปชมถึง 42 แห่งในเมืองพุกาม ซี่งเป็นเมืองที่มีอายุกว่า 1,153 ปีมาแล้ว สร้างก่อนกรุงสุโขทัยและได้รับสมญานามว่า “เมืองแห่งเจดีย์ 4,000 องค์” ทำให้เรานึกถึงภาพของเมืองที่มียอดแหลมของเจดีย์เสียดแทงทะลุฟ้าขึ้นมาอย่างมากมายตระการตา สาเหตุใหญ่ๆ ที่ทำให้โบราณสถานที่เมืองพุกามยังคงเหลือเหลืออยู่มากมายกว่า 5,000 แห่งจนถึงปัจจุบันนี้เพราะเมืองพุกามตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศพม่า ในเขตแห้งแล้ง (Dry Zone) ฝนจึงตกน้อยมาก ทำให้มีน้ำไม่พอเพียงเลี้ยงพืชพันธุ์ขนาดใหญ่ เช่น ต้นโพธิ์ ต้นไทร ให้เกาะเกิดกับอิฐปูนได้ มีแต่หญ้าฝอยที่ขึ้นมาเกาะในฤดูฝน พอถึงฤดูแล้งก็แห้งหายไปหมด โบราณสถานจึงไม่หักพังเพราะต้นไม้ขึ้นมาเบียดเบียนสาเหตุหนึ่ง และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือชาวพม่าเอง แม้ทุกวันนี้ก็ยังถือคติที่จะไม่ทำลายโบราณสถานอย่างเคร่งครัด ทั้งยังหวงแหนไม่ให้ผู้อื่นมาทำลายอีกด้วย แม้ตามวัดร้างอยู่ห่างจากบ้านคนก็ไม่มีแห่งใดมีร่องรอยของโจรลักลอบขุดเอาสมบัติเลย คงจะกลัวบาปกรรมกันมาก ทั้งสองเหตุนี้ให้แก่การรักษาโบราณของพม่าอย่างมาก
ปัจจุบันนี้วัดโบราณในพุกามเป็นวัดร้างแทบทั้งนั้น เพราะมีวัดมากกว่าพระสงฆ์มาก จะต้องมีพระสงฆ์เป็นจำนวนหนึ่งจึงพอจะรักษาวัดได้ แต่วัดบางวัดที่สำคัญที่พระเจ้าแผ่นดินพม่าทรงสร้างหรือทรงบูรณปฏิสังขรณ์ เช่น วัดมหาธาตุชเวซิกองของพระเจ้าอนุรุทธมหาราช (อโนรธามังช่อ)และวัดอนันดาของพระเจ้าสิทธะ จะไม่เคยร้างผู้คนเลยเพราะชาวพม่าเคารพนับถือมาก ครั้นเมื่อพม่าตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ รัฐบาลก็จ่ายเงินให้กรมตรวจโบราณคดีบูรณปฏิสังขรณ์ แต่ละแห่งใช้เงินและเวลามาก เพราะฉะนั้นจึงทำได้ล่าช้า เมื่อได้ปฏิสังขรณ์ แต่ละแห่งใช้เงินและเวลามากรัฐบาลจะตั้งให้เป็นกรรมการรักษาวัดนั้น วัดไหนที่ไม่มีคนภายนอกเข้ารับรักษาดูแล ยังร้างอยู่ กรมตรวจโบราณคดีก็เป็นผู้รักษาเอง สำหรับวิธีบูรณปฏิสังขรณ์ ที่ได้สังเกตมานั้นน่าชมเชยยกย่องยิ่งนัก ด้วยที่ว่าเขารักษาแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ที่แห่งใดลวดลายและรูปภาพของเดิมหักหายหรือลบเลือนบกพร่องไปจนทำให้ขึ้นสมบูรณ์เหมือนเดิมไม่ได้ ก็จะรักษาของเดิมไว้เพียงเท่าที่มีอยู่ ที่ตรงไหนต้องทำใหม่ก็พยามยามทำตามแบบเดิม นับว่าเป็นการบูรณะที่ถูกต้องที่สุด
ประเทศพม่า เป็นประเทศที่มีวัดเยอะมาก หากท่านได้มาเที่ยวพม่า ก็อย่าลืมการเยี่ยมชม วัดตะโรกปเยมินกันด้วยนะคะ

ทัวร์ญี่ปุ่น
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์แอฟริกา
ทัวร์ญี่ปุ่นพรีเมี่ยม
ทัวร์ยุโรปพรีเมี่ยม
ทัวร์ตะวันออกกลาง
ทัวร์จีน
ทัวร์อเมริกา
ทัวร์รัสเซีย
ทัวร์เอเชีย
ทัวร์โอเชียเนีย
ทัวร์เรือสำราญ



















ทัวร์เอเชีย
ทัวร์ญี่ปุ่น
ทัวร์จีน
ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ฮ่องกง
ทัวร์มาเก๊า
ทัวร์ไต้หวัน
ทัวร์พม่า
ทัวร์เวียดนาม
ทัวร์ลาว
ทัวร์สิงคโปร์
ทัวร์มาเลเซีย
ทัวร์บรูไน
ทัวร์เขมร
ทัวร์ฟิลิปปินส์
ทัวร์บาหลี
ทัวร์อินเดีย
ทัวร์เนปาล
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์ทิเบต
ทัวร์ปากีสถาน
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์สแกนดิเนเวีย
ทัวร์โครเอเชีย
ทัวร์เนเธอร์แลนด์
ทัวร์อังกฤษ
ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์
ทัวร์อเมริกา
ทัวร์แคนาดา
ทัวร์เม็กซิโก
ทัวร์บราซิล
ทัวร์โอเชียเนีย
ทัวร์ออสเตรเลีย
ทัวร์นิวซีแลนด์
ทัวร์แอฟริกา
ทัวร์เคนย่า
ทัวร์ตะวันออกกลาง
ทัวร์ตุรกี
ทัวร์ดูไบ
ทัวร์จอร์แดน
ทัวร์อียิปต์
ทัวร์โมรอคโค
ทัวร์ตะวันออกกลางอื่นๆ
ทัวร์รัสเซีย
ทัวร์จอร์เจีย
ทัวร์อุซเบกิสถาน
โปรแกรมที่ร่วมรายการบัตรเครดิต

