call center : 02-756-0335
hotline : 086-3167436
หากท่านได้มาเที่ยวตุรกี อีกหนึ่งสถานที่ที่จะแนะนำในวันนี้นั่นก็คือ นครใต้ดิน ไคมักลี ความอัศจรรย์ของสิ่งที่มนุษย์ในสมัยโบราณได้สร้างไว้นั้นคือ “นครใต้ดิน ไคมักลึ” เป็นเมืองใต้ดินโบราณที่มีความสำคัญอีกหนึ่งแห่ง โดยเมืองใต้ดินนี้อยู่ที่เมือง คัปปาโดเจีย ประเทศตุรกี
“นครใต้ดิน ไคมักลี” เมืองใต้ดินโบราณแห่งได้นี้ ได้ถูกค้นพบโดยความบังเอิญ จากการทุบผนังบ้านเพื่อต่อเติมบ้าน ในปี 1960 และจากการสำรวจได้พบว่า ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเมืองใต้ดินแห่งนี้ได้มีการก่อสร้างมานานมากกว่า 5,000 ปี ซึ่งเมืองใต้ดิน ไคมักลี ได้มีการขุดเจาะลึกลงไปในดิน10 กว่าชั้นหรือประมาณ 80 กว่าเมตร โดยจุดประสงค์ในการสร้างเมืองใต้ดิน เพื่อเป็นที่อาศัยและหลบภัยจากการรุกรานจากภายนอก ในช่วงยามศึกสงครามของ ชาว เมืองคัปปาโดเกียในอดีต ที่มาจากสงครามจากชาวอาหรับทางตะวันออกและจากชาวโรมันตะวันตกที่มีความต้องการเข้ามายึดครองดินแดน เพื่อหวังผลประโยชน์ด้านการค้า ที่มาด้วยเหตุผลเดียวกันอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อต้องการหยุดการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ โดยเมืองใต้ดินไคมักลี มีจุดที่ลึกที่สุดอยู่ที่ 85 เมตร ถึงแม้เมืองใต้ดินแห่งนี้จะตั้งอยู่ลึกขนาดไหนก็ตาม แต่ภายในก็มีอากาศถ่ายเท และเย็นสบายตลอด โดยอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 15-20 องศา จากการสำรวจนักโบราณคดีพบว่าเมืองใต้ดินได้มีการออกแบบได้ไว้อย่างสมบูรณ์ ไม่น่าเชื่อว่าในเมืองใต้ดินแห่งจะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ เช่น ร้านค้า ห้องอาหาร ห้องพัก ห้องสาธารณะ โบสถ์ ที่เก็บน้ำ เป็นต้น ซึ่งการออกแบบที่ดีของคนสมัยก่อน ได้ออกแบบให้ทางออกฉุกเฉินเป็นทางระบายอากาศไปในตัวอีกด้วย
เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู ในยามสงคราม ของชาว คัปปาโดเจีย ในอดีต โดยทั้งจากชาวอาหรับจากทางตะวันออกที่ต้องการเข้ามายึดครองดินแดนนี้ เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้า และชาวโรมันจากทางตะวันตกด้วยเหตุผลเดียวกัน รวมทั้งต้องการที่จะหยุดยั้งการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในดินแดนแถบนี้ด้วย นครใต้ดิน ไคมักลึ มีชั้นล่างที่ลึกที่สุด ลึกถึง 85 เมตรทีเดียว เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นถ่ายเทเย็นสบาย หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น มีอุณหภูมิเฉลี่ย 17-18 องศาเซลเซียส และด้วยการออกแบบที่ดี มีทางออกฉุกเฉินที่เป็นทางระบายอากาศไปในตัว นี่คือเมืองใต้ดินน่าอัศจรรย์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาบนโลกใบนี้
เมืองใต้ดินโบราณ ถูกค้นพบโดยบังเอิญในปี 1960 ที่ประเทศตุรกี จากการทุบผนังบ้านเพื่อต่อเติมของชาวตุรกีรายหนึ่ง จากการสำรวจพบว่าเป็นเมืองใต้ดินที่ถูกออกแบบมาอย่างสมบูรณ์ ภายในประกอบไปด้วย ห้องพัก ห้องอาหาร ร้านค้า ห้องเก็บไวน์ ห้องเรียน ห้องสาธารณะ โบสถ์ ที่เก็บน้ำ พื้นที่สำหรับพิธีการทางศพและคอกม้า นักโบราณคดีที่สำรวจระบุว่า เมืองใต้ดินที่ถูกทิ้งร้างแห่งนี้สร้างก่อนคริสตกาล ใช้เป็นที่อาศัย และหลบภัยใต้ดินเพื่อป้องกันการรุกรานจากภายนอก
เมืองใต้ดินแห่งนี้มีอุโมงค์ ยาวประมาณ 8 กิโลเมตร เพื่อจะนำไปสู่เมืองใต้ดินอีกแห่ง คือ Kaymakli ในตรุกีมีเมืองใต้ดินอยู่หลายที่ แต่เมืองที่ Derinkuyu และ Kaymakli มีโครงสร้างใต้ดินที่ดีที่สุด เดอรินกูยูมีห้องต่างๆ มากมายและสลับซับซ้อน ภายในมีทางน้ำใต้ดินที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับแหล่งน้ำด้านบน มีช่องสำหรับถ่ายเทและการไหลเวียนของอากาศมากกว่า 15,000 ช่อง ช่องตะเกียงน้ำมันให้แสงสว่างสามารถรองรับผู้อยู่อาศัยได้ถึง 20,000 คน เท่าที่สำรวจได้มีความลึก 40 เมตร และอาจจะลึกได้ถึง 85 เมตรในส่วนที่ยังไม่ได้สำรวจ พื้นที่บางส่วนจะเปิดให้เข้าเที่ยวชม แต่ก็มีบางส่วนที่ถูกห้ามและจำกัดไว้ให้กับนักโบราณคดีและนักมานุษยวิทยาเท่านั้น
เมืองใต้ดินที่ คัปปาโดเจีย ถือเป็นเมืองใต้ดินโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะที่เมืองใต้ดินแห่งนี้ขุดลึกลงไปถึง 10 ชั้น ประมาณ 90 เมตร และภายในเมืองใต้ดินยังแบ่งซอยเป็นห้องย่อย เฉพาะที่เมืองคัปปาโดเจียมีเมืองใต้ดินมากถึง 15 แห่งและถ้ารวมทั้งเมืองอื่นๆ ด้วยก็เกือบ ๆ 200 แห่งเลยทีเดียว และยังมีการขุดเชื่อมกันระหว่างแต่ละเมืองอีกด้วย ซึ่งภายในเมืองใต้ดินมีครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องอาหาร ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้างว่ากันว่าสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน เลยทีเดียว โดยเมืองใต้ดินโบราณแห่งนี้สร้างมากว่า 5,000 ปี ก่อนคริสตกาลในยุคฮิตไตต์ โดยเหตุผลในการสร้างก็เพื่อการศึกสงครามหากเกิดสงคราม ผู้คนก็จะหลบไปอยู่ในเมืองใต้ดินกันหมด เมืองใต้ดินโบราณที่ต้องเข้าไปชมคือเมือง ไคมักลึ (The Underground City Kaymakli) ถือว่าเป็นหนึ่งในเมืองใต้ดินอันสำคัญอันขึ้นชื่อแห่ง คัปปาโดเจีย นครใต้ดินไคมักลึ เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู ในยามสงคราม ของชาว คัปปาโดเจีย ในอดีต โดยทั้งจากชาวอาหรับจากทางตะวันออกที่ต้องการเข้ามายึดครองดินแดนนี้ เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้า และชาวโรมันจากทางตะวันตกด้วยเหตุผลเดียวกัน รวมทั้งต้องการที่จะหยุดยั้งการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในดินแดนแถบนี้ด้วย นครใต้ดิน ไคมักลึ มีชั้นล่างที่ลึกที่สุด ลึกถึง 85 เมตรทีเดียว เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นถ่ายเทเย็นสบาย หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น มีอุณหภูมิเฉลี่ย 17-18 องศาเซลเซียส และด้วยการออกแบบที่ดี มีทางออกฉุกเฉินที่เป็นทางระบายอากาศไปในตัว นี่คือเมืองใต้ดินน่าอัศจรรย์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาบนโลกใบนี้
เมืองใต้ดินโบราณ ถูกค้นพบโดยบังเอิญในปี 1960 ที่ประเทศตุรกี จากการทุบผนังบ้านเพื่อต่อเติมของชาวตุรกีรายหนึ่ง จากการสำรวจพบว่าเป็นเมืองใต้ดินที่ถูกออกแบบมาอย่างสมบูรณ์ ภายในประกอบไปด้วย ห้องพัก ร้านค้า ห้องเก็บไวน์ ห้องเรียน ห้องสาธารณะ โบสถ์ ที่เก็บน้ำ พื้นที่สำหรับพิธีการทางศพและคอกม้า นักโบราณคดีที่สำรวจระบุว่า เมืองใต้ดินที่ถูกทิ้งร้างแห่งนี้สร้างก่อนคริสตกาล ใช้เป็นที่อาศัย และหลบภัยใต้ดินเพื่อป้องกันการรุกรานจากภายนอก
เมืองใต้ดินแห่งนี้มีอุโมงค์ ยาวประมาณ 8 กิโลเมตร เพื่อจะนำไปสู่เมืองใต้ดินอีกแห่ง คือ Kaymakli ในตรุกีมีเมืองใต้ดินอยู่หลายที่ แต่เมืองที่ Derinkuyu และ Kaymakli มีโครงสร้างใต้ดินที่ดีที่สุด เดอรินกูยูมีห้องต่างๆ มากมายและสลับซับซ้อน ภายในมีทางน้ำใต้ดินที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับแหล่งน้ำด้านบน มีช่องสำหรับถ่ายเทและการไหลเวียนของอากาศมากกว่า 15,000 ช่อง ช่องตะเกียงน้ำมันให้แสงสว่างสามารถรองรับผู้อยู่อาศัยได้ถึง 20,000 คน เท่าที่สำรวจได้มีความลึก 40 เมตร และอาจจะลึกได้ถึง 85 เมตรในส่วนที่ยังไม่ได้สำรวจ พื้นที่บางส่วนจะเปิดให้เข้าเที่ยวชม แต่ก็มีบางส่วนที่ถูกห้ามและจำกัดไว้ให้กับนักโบราณคดีและนักมานุษยวิทยาเท่านั้น
ทัวร์ตุรกียังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายให้น่าค้นหา ท่านสามารถค้นหาโปรแกรมได้จากหน้าทัวร์ตุรกี นี้